บทความยอดฮิต

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Kawasaki แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Kawasaki แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ข้อมูลทั่วไป KAWASAKI PDK-R1

ข้อมูลทั่วไป KAWASAKI PDK-R1

KAWASAKI PDK-R1 ต้นแบบของรถจักรยานยนต์ปี 2000 แรงด้วยเครื่องยนต์ 6 เกียร์ โมดิฟายใหม่ด้วยสูตรความแรงของ PDK ให้พลังสูงกว่า 40 แรงม้า พร้อมกับน้ำหนักที่เบาที่สุดเพราเปลี่ยนโครงสร้างจากเหล็กเป็นอลูมิเนียม เบากว่ารถสปรอ์ต 150 cc ทั่วไปถึง 15 กิโลกรัม เบาะอิสระ 2 ตอนส่วนท้ายใหม่หมด เปรียว เพรียวลม เพราะกับการเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้นด้วยโช๊คอัพหน้าหลังใหม่หมด ยางหน้ากว้างพิเศษ ล้อแม๊ก 6 แฉกสไตล์อิตาเลี่ยน


จากพื้นฐานเดิมของคาวาซากิ Serpico ตระกูลแห่งสายพันธุ์ความแรง ซึ่งเมื่อครั้งที่โรงงานคาวาซากิผลิตออกมาจำหน่ายนั้น เป็นเรื่องจำเป็นที่มันไม่สามารถที่จะถูกถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งเข้าไว้ชนิดสุดๆได้ เหตุผลก็เพราะว่าอย่างไรซะ มันก็ยังเป็นรถเพื่อนการใช้งานทั่วไปธรรมดา เป็นรถที่ต้องทำออกมาขายให้กับผู้ใช้ทุกระดับ ว่าง่ายๆก็คือ ต้องออกมาแค่ระดับกลางๆเพื่อให้ใครๆก็ใช้ได้ ส่วนที่ว่าใครต้องการให้มันแรงเร็วขึ้นมาก็ต้องไปหาทั้งผู้ชำนาญและของเล่นมาประเคนให้มันอีกที แต่สำหรับเที่ยวนี้เป็น "เซอร์ปิโก้" จากโรงงานที่ผ่านกระบวนการ "โมดิฟาย" ระดับ "เต็มสูบ ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัด ไม่ใช่เพื่อผู้ใช้ทั่วไปธรรมดา แต่เป็นการบรรจงพัฒนาปรับแต่มาให้สำหรับผู้ที่ต้องการรถแรงเกินธรรมดาพร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่ารถที่เคนผลิตออกมาขายโดยเฉพาะเท่านั้น


เมื่อมาเป็น "PDK-R1" ที่ภายนอกที่สาดไว้ด้วยสีน้ำเงินเข้ม เครื่องยนต์จะเป็นของ KRR-SE บล๊อกที่สร้างชื่อเลื่องลือไว้มากมายในสนามแข่ง จะถูกบรรจงเพิ่มความแรงมาด้วย เสื้อสูบ ลูกสูบ ฝาสูบ ของ PDK ครบชุดพร้อมด้วยท่อไอเสียของ "TSUKIGI Racing" ระบบไฟจุดระเบิดเป็นแบบ "DC CDI" และสุดท้ายก็คือชุดป้อนไอดีชึ่งถูกมอบให้เป็นหน้าที่ของ "ไคฮิน PWL" ขนาด 28 มม. ที่ส่วนของถัง เพื่อให้ R1 คันนี้คือมอเตอร์ไซด์ที่แรงและเร็วอย่างแท้จริง PDK ได้จัดการกับเรื่องของน้ำหนักของมันด้วย จากระบบเฟรมตั้งเดิมซึ่งค่อยข้างจะเอื้ออำนวยต่อการปรับปรุงหรือพัฒนาในจุดนี้นั่นคือ ตัวซับเฟรมช่วงท้ายของเซอร์ปิโก้นั้นสามารถถอดแยกได้อยู่แล้ว จากโครงสร้างเหล็ก ได้ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่โดยใช้อลูมิเนียมอัลลอยทั้งเพื่อความปราดเปรียวเรียวกระชับของช่วงท้ายและเป้าหมายใหญ่คือ เพื่อการลดน้ำหนัก ตามมาด้วยการออกแบบชุดครอบไฟท้ายและรูปทรงของเบาะนั่งที่เป็นแบบสองระดับ ชุดฟูลแฟริ่งที่เป็นทรงเดิมได้รับการปรับปรุงช่องรับลมเสียใหม่ เพื่อให้มันสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น กรองอากาศเปลี่ยนจากวัสดุพลาสติกเป็นอลูมิเนียม


ที่ระบบช่วงล่าง ถูกเพิ่มสมรรถนะเพื่อให้มันพร้อมที่จะรองรับทั้งอัตราเร่งและความเร็วตีนปลายที่เพิ่มขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่เปลี่ยนไปใช้สวิงอาร์มอัลลอย ความคู่กับโช๊คอัพที่เซ็ทมาใหม่ วงล้อเป็นแบบหน้ากว้างสไจล์อินตาเลี่ยนขนาด 2.50 และ 2.85 พร้อมกับยางลายพิเศษที่สั่งจากโรงงาน IRC สำหรับเจ้า R1 ตัวนี้โดยเฉพาะเบ็ดเสร็จปรากฏว่างานนี้ PDK สามารถที่จะรีดน้ำหนักให้ R1 จนมีความเบาว่าเซอร์ปิโก้ตัวธรรมดาถึง 15 กิโลกรัมพร้อมขยับฟูงม้าไปถึง 41 ตัว แรงแต่เบาขึ้นแถมยังมีช่วงล่างที่เทียบได้กับรถแข่ง

ข้อมูลทางเทคนิค KAWASAKI PDK-R1
ยาว*กว้าง*สูง : 1990 มม.*715 มม.*1100 มม.
ระยะฐานล้อ : 1350 มม.
ความสูงใต้ท้องรถ : 130 มม.
ความสูงเบาะ : 780 มม.
มุมคาสเตอร์ / ระยะเทรล : 25/94 มม.
เครื่องยนต์ : 2 จังหวะ 1 สูบ แคร้งเคสรีดวาล์ว
ปริมาณกระบอกสูบ / อัตราส่วนการอัด : 148 cc / 6.8 :1
ขนาดกระบอกสูบ * ช่วงชัก : 59 มม.*54.4 มม.
แรงม้าสูงสุด : 51 แรงม้าที่ 11000 รอบ/นาที
ระบบสตาร์ท : สตาร์ทเท้า
ระบบจุดระเบิด : DC-CDI
ระบบหล่อลื่น : ซูเปอร์ลูป
คาร์บูเรเตอร์ : KEIHIN PWL28
ระบบเกียร์ : 6 เกียร์เฟืองขบกันตลอด
คลัตช์ : แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน
อัตราทดขั้นต้น ขั้นสุดท้าย : 3.272 (72/22 ) / 2.758 (39/14)
ตัวถัง : แบบท่อเหล็กเหลี่ยมทรงเปลคู่ (แยกส่วนหน้าหลัง)
ระบบกันสะเทือน : หน้า แบบเทเลสโคปิค หลัง โช๊คอัพเดี่ยวปรับ 5 ระดับ
ขนาดยาง : หน้า 90/80-17 46S NR53 หลัง 110/80-17 57S NR 64
ระบบเบรก : หน้า ดิสเบรกลูกสูบคู่ ขนาด 290 มม. หลัง ดิสเบรกลูกสูบคู่ ขนาด 220 มม.
น้ำหนักรถสุทธิ : 117 กิโลกรัม
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง : 11 ลิตร
รัศมีการเลี้ยว ซ้าย/ขวา : 2.4 เมตร

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ KAWASAKI




สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ ทักซิโด้ Kawasaki Tuxedo
- ปาดฝาสูบวันความจุเหลือ 10 cc จากเดิม 16 cc โดนรักษารูปทรงเดิมไว้
- พอร์ทไอเสียยกสูง 8 มม. ให้ได้ 24 มม. จากเดิม 32 มม. ขยายด้านข้าง ข้างละ 2.5 มม.
- พอร์ทไอดี ยกสูง 3.5 มม. ให้ได้ 38 มม. จากเดิม 41.5 มม.
- ลูกสูบอุดรูเล็กๆ 2 รูด้านข้าง
- ฟายวิล เติมเนื้อเหล็กให้เต็มในส่วนเป็นเป้า เจียร์ลบเหลี่ยมมุมบริเวณแคร้งช่องรีดวาล์ว
- ชุดครัทช์ ใช้แผ่นครัทช์ของ AR ไมโคร 80 สปริงครัทช์ของ GTO
- ชุดไฟใช้ของ KX 125 เปลี่ยนแปลงองศาจุดระเบิดเป็น 29 องศาที่ 4000 รอบ/นาที หัวเทียน NGK EGV 10
- คาบูเรเตอร์ คว้านปากทางเข้าเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 มม. จากเดิม 18 มม.
- นมหนูน้ำมันเบอร์ 125 นมหมูอากาศเบอร์ 30 ตั้งสกรูอากาศ 1 รอบ ถอดไส้กรอง เจาะรูหม้อกรอง
- สเตอร์หนน้า 13 หลัง 44 โซ่ขนาด 415 AK

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ ทักซิโด้ Kawasaki Tuxedo
- ฝาสูบกำลังอัด 8 ต่อ 1
- พอร์ทไอดี 66 องศา
- พอร์ทไอเสีย 100 องศา
- คาร์บูเรเตอร์ขนาด 18 มม. นมหนูน้ำมันเบอร์ 110 เข็มเร่งเดิม
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 37 
- น้ำมันเชื้อเพลิง ซูเปอร์ 98
- น้ำมันหล่อลื่น เอลฟ์ ทูที อัตราผสม 50 ต่อ 1 
- หัวเทียน NGK B 10 EGV

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ ทักซิโด้ Kawasaki Tuxedo
- ฝาสูบปาดความจุเหลือ 10.5 cc ลูกสูบไซดฺ 50
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 38.5 มม. กว้าง 38 มม.
- พอร์ทไอเสียขยายข้างบนเหลือ 23 มม. กว้าง 18 มม. ทุกช่อง
- ชุดไฟของรุ่น 4 เกียร์ ปรับไฟแก่ 5 มม. จากแผงคอยไฟบน
- คาร์บูเรเตอร์เดิมเบอร์ 30 นมหนูน้ำมันเบอร์ 110 สกรูอากาศรอบครึ่ง
- แผ่นรีดวาล์วไฟเบอร์เดิมๆ
- กรองอากาศ ถอดไส้กรองออก เจาะรูฝาครอบข้างละ 8 รู
- ชุดครัทช์ ปาดเฟืองกดน้ำหนักจากเดิม 16 มม. เหลือ 8 มม.
- สเตอร์หน้า 14 หลัง 40 โซ่ขนาด 420 
- น้ำมันเชื้อเพลิง ซูเปอร์ 98
- หัวเทียน NGK B 10 EGV
- น้ำมันเชื้อเพลิง ปตท ออกเทน 100 LS อัตราผสม 40 : 1

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ ทักซิโด้ Kawasaki Tuxedo
- ฝาสูบปาด 1 มม. ให้ได้ความจุ 10 cc.
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 34 มม. กว้่าง 35 มม.
- พอร์ทไอเสีย ยกสูงเหลือ 42 มม.
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 130 เข็มเร่งล๊อค 3 สกรูอากาศรอบครึ่ง
- กรองอากาศเจาะรูด้านข้างด้วยสว่างขนาด 3 หุน ข้างละ 4 รู เอาไส้กรองออก
- สเตอร์หน้า 14 หลัง 30
-  ท่อไอเสีย ท่อสูตร

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ ทักซิโด้ Kawasaki Tuxedo
- ฝาสูบปาดความจุเหลือ 12 cc.
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 39 มม.
- พอร์ทไอเสียขยายข้างบนเหลือ 25 มม. กว้าง 38 มม. ทุกช่อง
- คาร์บูเรเตอร์ขยายรูส่งน้ำมัน เป็น 20-22 มม. นมหนูน้ำมันเบอร์ 120 นมหนูอากาศเบอร์ 30
- สเตอร์หน้าเดิม หลังเพิ่ม 2 ฟัน
- หัวเทียน NGK B 8-9 EV

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150 เอสพี Kawasaki KR150SP
- ฝาสูบปาดความจุเหลือ 13 cc
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 40 มม. ทุกช่อง ยกเว้นช่องตรงข้ามพอร์ทไอเสียยกสูง 41 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูง 26 มม.
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 150 สกรูอากาศรอบครึ่ง เข็มเร่งล๊อค 3
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 38 
- หัวเทียน NGK B 8 ES
- ท่อไอเสีย ท่อสูตร หรือผ่าทำรีดใน

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150 เอสพี Kawasaki KR150SP
- ฝาสูบปาดความจุเหลือ 13 cc
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 40 มม. ทุกช่อง ยกเว้นช่องตรงข้ามพอร์ทไอเสียยกสูง 41 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูง 26 มม.
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 150 สกรูอากาศรอบครึ่ง เข็มเร่งล๊อค 3
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 38 
- หัวเทียน NGK B 9 ES
- ท่อไอเสีย ท่อสูตร หรือผ่าทำรีดใน

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150 เอสพี Kawasaki KR150SP
- ปาดฝาสูบ 0.7 มม. เหลือความจุ 13.5 cc
- พอร์ทไอดี ช่องตรงข้ามพอร์ทไอเสียหลังยกสูง 41 มม. ส่วนที่เหลือยกสูงเหลือ 42 มม.ทั้ง 4 ช่อง
- พอร์ทไอเสียหลักยกสูง 28.5 มม. กว้าง 42 มม. พอร์ทช่วงสูงเหลือ 26.5 มม. ทั้ง 2 ช่อง
- ตีนเสื้อสูบตกแต่ง 2 รูใหญ่ทั้งซ้าย ขวา ให้จักการเนื้ออลูมิเนียมที่หล่อติดกับกระบอกลูกรอบนอกให้เป็นรูปเทเข้าระบายออก
- จานไฟ ขยายรูแท่นยึดจานไฟ เพื่อจังหวะจุดระเบิดแก่ขึ้น 6 มม. จากรูกลมเดิมให้เปลี่ยนเป็นรูรูปไข่ยาว 12 มม. เปลี่ยนสกรูยึดจานไฟจากตัวเทเปอร์เป็นสกรูหัวธรรมดา
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 142 ขึ้นไป สกรูอากาศรอบครึ่ง เข็มเร่งล๊อค 3
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 35 หรือ 32-33 แล้วแต่น้ำหนักผู้ขี่
- หัวเทียน NGK B 9 ES
- ท่อไอเสีย ท่อสูตร หรือผ่าทำรีดใน

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150 เอสพี Kawasaki KR150SP
- ฝาสูบปาดความจุเหลือ 10 cc
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 40 มม. ทุกช่อง ยกเว้นช่องตรงข้ามพอร์ทไอเสียยกสูง 41 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูง 26 มม.
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 150 สกรูอากาศรอบครึ่ง เข็มเร่งล๊อค 3
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 39
- หัวเทียน NGK B 8 ES
- ท่อไอเสีย ท่อสูตร หรือผ่าทำรีดใน

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150  Kawasaki KR150 RRIS
- ฝาสูบปา ออก 1-1.5 มม. ให้ความจุเหลือ 12.5 cc.
- พอร์ทไอดียกขึ้นเหลือ 39 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูง 25 มม.
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 120
- สเตอร์หน้า 14 หลัง 29
- ลิ่มไฟแก่ขึ้น 1 มม.

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150 เอสเอสอี Kawasaki KR150SSE
- ฝาสูบปาด คงอองศาเดิมไว้ ลดขอบเบ้าเหลือ 0.4 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูง 32 มม. จากเดิม 39
- ก้านสูบ ผ่าเป็นร่องทางเดินน้ำมันช่วยหล่อลื่น
- คลัทช์เดิม ปากหลักตัวกดสปริงออก 2 มม. เปลี่ยนสปริงให้แข็งขึ้น
- ชุดไฟ ปรับแต่งตัวลิ่มขนาดเดิม 3 มม. เจียร์เข้าไป 125 มม. หมุนปรับแก้ไฟ 25.5 องศาที่ 4000 รอบ
- คาร์บูเรเตอร์เดิม ขยายปากเส้นผ่าศูนย์กลาง 29 มม. นมหนูน้ำมันเบอะ์ 145
- นมหนูเดินเบาเบอร์ 45 เข็มเร่งล๊อค 2 สกรูอากาศ 1 1/4 รอบ ถอดหม้อกรองออก
- ท่อไอเสีย ท่อสูตร หรือผ่าทำรีดใน
- สเตอร์ สนามพีระ หน้า 14 หลัง 40
- หัวเทียน NGK 105 EGV น้ำมันออกเทน 100 LL ของ ปตท ผสมกับ ELE 2T 975 อัตราส่วน 33 : 1

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150 เอสเอสอี Kawasaki KR150SSE
- ฝาสูบปาดความจุเหลือ 13 cc
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 42 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูง 30 มม. ขยายกว้าง 39 มม. พอร์ทช่วยเหลือ 27 มม. กว้างเท่าเดิม
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 142 สกรูอากาศสองรอบครึ่ง เข็มเร่งล๊อค 3
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 35
- ปรับจังหวะจุดระเบิดโดยเปลี่ยนลิ่มจานไฟหน้า 1 มม.

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เออาร์ 125 อาร์ Kawasaki AR125R
- ฝาสูบปาดความจุเหลือ 12.5 cc ปาดออก 1.5 มม.
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 40 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูง 25 มม. ขยายกว้าง 38 มม.
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 270 นมหนูอากาศ 25-30 สกรูอากาศ 1 รอบ
- ถอดหม้อกรองอากาศออก
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 30-32
- จานไฟปรับไฟแก่ขึ้น 2.5 มม.
- หัวเทียน NGK B 8 ES หรือ ND W 24 ES

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เซอร์ปิโก้ 150 เอสเอส Kawasaki Serpico 150 SS
- ฝาสูบปาดออก 1 มม. ความจุเหลือ 13 cc
- พอร์ทไอดีขยายขึ้นบนเหลือ 42 มม.
- พอร์ทไอเสียหลักยกสูง 30 มม. ขยายกว้าง 39 มม. พอร์ทช่วยเหลือ 27 มม. กว้างเท่าเดิม
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 142 สกรูอากาศสองรอบครึ่ง เข็มเร่งล๊อค 3
- ถอดไส้กรองอากาศออก
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 38
- ท่อสูตร PDK หรือท่อสูตรทั่วไป

สูตรโมรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ คาวาซากิ เคอาร์ 150 เอสอี Kawasaki KR150SE
- ฝาสูบปาดออก 0.5 มม.
- พอร์ทไอเสียยกสูงจากเดิม 2 มม.
- รีดวาล์ว เปลี่ยนมาใช้แบบคาร์บอนไฟเบอร์
- คาร์บูเรเตอร์เดิม นมหนูน้ำมันเบอร์ 148
- ชุดครัทช์ เปลี่ยนจาก PAPER BASE หมายเลขอะไหล่ 13088-1098 เป็น CDRK BASE หมายเลขอะไหล่ 13088-1068 เปลี่ยนสปริงครัทช์ให้แข็งขึ้นจากหมายเลขอะไหล่ 90281-1992 เป็น 90281-1200
- ระบบจุดระเบิดเปลี่ยนลิ่มจานไฟให้แก่ขึ้น 2 องศา หัวเทียนเย็นเบอร์ NGK B 9 ES หรือ NGK B 10 EV
- สเตอร์หน้า 15 หลัง 37
- ท่อไอเสีย PDK

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การผ่าเครื่อง คาวาซากิ เคอาร์ 150 อาร์ Kawasaki KR150R


Kawasaki KR150R รถสปอร์ตอีกรุ่นหนึ่งจะบ่ิงบอกว่าเป็นรถสปอร์ตที่เหนือกว่าซูปเปอร์สปอร์ตทั่วไป ซึ่งทางคาวาซากิได้เรียกรถรุ่นนี้ว่าเป็นรถอัลตร้าสปอร์ต รถรุ่นนี้ใช้ระบบ KIPS หรือระบบลิ้นไอเสียอัตโนมัติ ซึ่งจะทำหน้าที่เปิดปิดลิ้นไอเสียเพื่อให้เครื่องยนต์มีกำลังอย่างต่อเนื่องทุกความเร็วรอบ เสื้อสูบก็ใช้แบบอัลูมิเนียมที่ไม่มีปลอสูบซึ่งเรียกว่าเสื้อสูบ ELEX ซึ่งไม่มีการคว้านกระบอกสูบเหมือนเสื้อสูบทั่วไป ดังนั้นลูกสูบจึงมีเพียงเบอร์เดียว สำหรับขั้นตอนในการผ่าเครื่องมีดังนี้






การถอดเครื่องยนต์ Kawasaki KR150R
- ถ่ายน้ำมันเกียร์ โบลท์ถ่ายน้ำมันเกียร์ A อยู่ด้ายซ้ายใกล้กับคันเกียร์ C
- ถ่ายน้ำหล่อเย็น โบลท์ถ่ายน้ำ B อยู่ใต้ปั๊มน้ำ A
- ถอดชิ้นส่วนต่อไปนี้ ฝาครอบข้างด้านขวา ฝาครอบแบตเตอร์รี่ เบาะ ถังน้ำมัน ท่อไอเสีย หัวเทียน ท่อน้ำด้านล่าง คาร์บูเรเตอร์ สายปั้มออโต้ลู้บ สายน้ำมันออโต้ลู้บ สายครัตช์ ท่อยางหม้อน้ำ ขาเหยียบเบรคและสปริงสวิตซ์ไฟเบรค โซ่และสเตอร์หน้า คันเกียร์
- ถอดข้อต่อสายไฟและแคมป์ยึดสาย ดังนี้ ขั้วต่อสายไฟแม็กนีโต A ขั้วต่อสายไฟเกียร์ว่างและเกียร์ 6 ขั้วเสียบเซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำ
- ตั้งขาตั้งกลาง อัดล้อหน้าหลังกันรถเลื่อน
- ถอดนอตยึดเครื่อง B ถอดนอตหูยึดฝาสูบและถอดหูยึดออก D
- ยกเครื่องยนต์ออกทางด้านขวา


การถอดฝาสูบ Kawasaki KR150R
- ถอดโบลท์ยึดฝาสูบและปะเก็นฝาสูบ
- ตรวจเช็คความโก่งของฝาสูบ ใช้บรรทัดเส้นผมวางบนผิวของฝาสูบ ใช้ฟิลเลอร์เกจสอดระหว่างบรรทัดกับฝาสูบ ค่าจำกัดการซ่อมอยู่ที่ 0.05 ม.
- ถ้าฝาสูบโก่งมากกว่าค่าจำกัดการซ่อมต้องเปลี่ยนฝาสูบใหม่ ถ้าโก่งเล็กน้อยให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 200 และเบอร์ 400 ขัดบนแท่นระดับจนผิวหน้าเรียบ



การถอดลิ้นไอเสีย Kawasaki KR150R
- ถอดฝาครอบชุด KIPS ด้านขวาของเสื้อสูบ
- ถอดโบลท์ ยึดขาเลื่อนก้านลิ้นออก D และดึงบู๊ชก้านเลื่อนลิ้นออกจากเสื้อสูบ C
- ถอดคลิปล๊อคและถอดร่องเลื่อนก้านเลื้อนลิ้นออก
- ยกลิ้นไอเสียขึ้นเล็กน้อยและถอดก้านเลื่อนลิ้นออก
- ยกลิ้นไอเสียออก

การถอดเสื้อสูบ Kawasaki KR150R
- ถอดนอตเสื้อสูบ
- ยกเสื้อออกและถอดปะเก็นฐานเสื้อสูบ ถ้าจำเป็นควรใช้ค้อนเคาะเบาๆรอบฐานเสื้อสูบ
- ทำความสะอาดเอาเขม่าออกจากด้านในฝาครอบ
- ขูดเขม่าจากช่องไอเสียและช่องฝาครอบ
- ตรวจตะกอนและสนิมในช่องทางเดินน้ำในเสื้อสูบ ถ้ามีให้ทำความสะอาด


การตรวจเช็คการสึกหรอของกระบอกสูบ Kawasaki KR150R
- ตรวจเช็คผิวภายในกระบอกสูบว่ามีรอยหรือว่าสึกหรอผิดปกติหรือไม่
- ถ้ากระบอกสูบสึกหรอหรือเสียหายมากต้องเปลี่ยนใหม่
- การสึกหรอของกระสอบสูบจะสึกหรอไม่เท่ากันตลอดและสึกในแนวที่แตกต่งกัน การวัดจะต้องวัดหลายๆจุด ทั้งด้านซ้านและด้านขวา วัดด้านหน้ากับด้านหลัง แต่ละด้านวัด 3 จุด ถ้าวันเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของกระบอกสูบแล้วมีขนาดเกินกว่าค่าจำกัดการซ่อมจะต้องเปลี่ยนกระบอกสูบใหม่ เพราะว่ากระบอกสูบแบบ ELECTROFUSION ไม่สามารถคว้านหรือขัดได้ เส้นผ่าศูนย์กลางภายในกระบอกสูบค่ามาตราฐาน 59.000-59.015 และผลต่างการวัด 2 ครั้งน้อยกว่า 0.01 มม. ค่าจำกัดการซ่อม 59.09 มม. หรือผลต่างการวัด 2 ครั้งต้องมากกว่า 0.05 มม.



การถอดลูกสูบ Kawasaki KR150R
- ใช้ผ้าสะอาดอุดเข้าไปที่ห้องเพลาจ้อเหวียงรอบๆก้านสุบเพื่อกันชิ้นส่วนหล่นลงไปในห้องเพลาข้อเหวี่ยง
- ถอดคลิปล๊อค B ออกจากสลักูกสูบด้วยคีมปากแหลม
- ถอดลูกสูบออกโดยการดันสลักลูกสูบออกทางด้านที่ถอดคลิปล๊อคออก ถ้าหากสลักแน่นให้ใช้เครื่องมือดูดสลักลูกสูบ
- ถอดแหวนตัวบนและแหวนตัวล่างโดยให้คีมถอดแหวนลูกสูบ A หรือใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆถ่างปากแหวนออกแล้วดันขึ้นถ้าไม่มีคีนถอดแหวนลูกสูบ

การวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกสูบ Kawasaki KR150R
- วัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกของลูกสูบ โดยวัดจากปลายล่างสุดของลูกสูบขึ้นมา 5 มม.
- ถ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกสูบต่ำกว่้าค่าจำกัดการซ่อม ต้องเปลี่ยนลูกสูบใหม่

เส้นผ่าศูนย์กลางของลูกสูบ Kawasaki KR150R
- ค่ามาตราฐาน 58.965-58.980 มม.
- ค่าจำกัดการซ่อม 58.82 มม.

ช่องว่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ Kawasaki KR150R
- ช่องว่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ จะวัดเมื่อทำการเปลี่ยนลูกสูบหรือกระบอกสูบใหม่ เมื่อใดก็ตามที่เปลี่ยนกระบอกสูบใหม่ ระยะห่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบจะต้องใกล้เคียงค่ามาตราฐานถ้าเปลี่ยนลูกสูบระยะห่างจะเกินกว่ามาตราฐานเล็กน้อย แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าต่ำสุดเพื่อหลีกเลี่ยงลูกสูบติด
- เพื่อความแน่นอนให้ทำการแยกการวัด โดยวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจุดด้านล่างของกระบอกสูบ แล้วนำมาลบกันจะได้ระยะห่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ รพยพห่างระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ 0.030-0.040 มม.


การตรวจเช็คแหวนลูกสูบ-ร่องแหวนลูกสูบ Kawasaki KR150R
- ตรวจเช็คแหวนและร่องแหวนด้วยสายตา
- ถ้าแหวนลูกสูบสึกหรอผิดปกติหรือชำรุดต้องเปลี่ยนใหม่
- ถ้าร่องแหวนมีรอยสึกหรอหรือชำรุดต้องเปลี่ยนลูกสูบใหม่
- เช็คร่องแหวนโดยใช้แหวนลูกสูบใส่เข้ากับร่องแหวน
- แหวนตัวบนและตัวล่างเป็นแบบคีสโตนทั้งสองตัว


การตรวจเช็คช่องว่างปากแหวน Kawasaki KR150R
- ใส่แหวนลูกสูบเข้ากับกระบอกสูบโดยใช้ลูกสูบกดให้แหวนลูกสูบเข้าไปอยู่ใต้ส่วนใต้สุดของกระบอกสูบ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสึกหรอน้อยที่สุด
- ใช้ฟิลเลอร์เกจวัดระยะช่องว่างปากแหวน
- ถ้าช่องว่างเกินกว่าค่าจำกัดการซ่อมแสดงว่าแหวนหลวมต้องเปลี่ยนใหม่ ช่องว่างปากแหวน ค่ามาตราฐาน 0.15-0.35 มม. ค่าจำกัดการซ่อม 0.65 มม.

การตรวจเช็คการสึกหรอของสลักลูกสูบ ลูกสูบและก้านสูบ Kawasaki KR150R
- ตรวจดูคลิปล๊อคประกอบอยู่ในร่องถูกต้องดีหรือไม่
- ถ้าคลิปล๊อคอ่อนให้เปลี่ยนใหม่ ถ้าร่องสลักลูกสูบสึกหรอมากให้เปลี่ยนลูกสูบใหม่
- ตรวจดูรูสลักลูกสูบที่ลูกสูบและรูสลักที่ปลายด้านสูบ
- ถ้ารูสลักที่ลูกสูบสึกหรอผิดปกติให้เปลี่ยลูกสูบใหม่
- ถ้ารูสลักที่ปลายก้านสูบสึกหรอมากให้เปลี่ยนก้านสูบใหม่
- ตรวจดูผิวภายนอกของสลักลูกสูบ
- ถ้าสลักลูกสูบมีรอยไหม้หรือสึกหรอมากต้องเปลี่ยนสลักลูกสูบใหม่


การประกอบเสื้อสูบ Kawasaki KR150R
- ประกอบย้อนการถอด
- ตรวจดูความเสียหายของปะเก็นบู๊ชก้านเลี่ยนลิ้น ถ้าชำรุดต้องเปลี่ยนใหม่
- ใช้จาระบีโมลิบดินั่มทาด้านนของชุดซีลก้าน
- เปลี่ยนปะเก็นฝาครอบใหม่
- ตรวจดูสลักบู๊ชที่ฐานเสื้อสูบด้านขวาว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่
- เปลี่ยนปะเก็นเสื้อสูบตัวล่าง
- ใช้น้ำมันเครื่องหล่อลื่นผิวหน้าลูกสูบ แหวนลูกสูบและกระบอกสูบ
- ตรวจดูสลักในร่องแหวนลูกสูบต้องอยู่ระหว่างปลายของแหวนลูกสูบ และแหวนทั้งสองตัวต้องไม่ใหญ่กว่าฐานของกระบอกสูบ กดด้านตรงข้ามที่เราต้องการและต้องแน่ใจว่าแหวนไม่หลุดออกจากตำแหน่ง
- ขันนอตยึกฝาสูบด้วยแรงบอดที่กำหนด (ดูจากภาพแสดงชิ้นส่วน)
- เปลี่ยนปะเก็นฝาครอบชุด KIPS
- เมื่อติดตั้งขาเลื่อนก้าน ขันนอตยึดขาเลื่อนก้านตามค่าแรงบิดที่กำหนด และดันก้านเลื่อนลิ้นไปทางด้านใน


การประกอบลิ้นไอเสีย Kawasaki KR150R
- ประกอบย้อนลำดับการถอด
- ขูดเขม่าและทำความสะอาดด้วยน้ำมันเบนซิน
- ตรวจเช็คลิ้นไอเสียและก้านเลื่อนลิ้นถ้าเสียหายควรเปลี่ยนใหม่
- ตรวจเช็คโอริงของบู๊ชประคองลิ้นไอเสียและบู๊ชก้านเลื่อนลิ้น ถ้าเสียหายควรเปลี่ยนใหม่
- ลิ้นไอเสียข้างซ้ายและขวาเหมือนกันสามารถสลับกันได้
- ใช้จาระบีโอลิบดินั่มทาชิ้นส่วนดังนี้ ปลายด้านบน-ล่างของลิ้นไอเสีย ฟันเฟืองลิ้นไอเสีย บู๊ชประคองลิ้นไอเสียด้านใน บู๊ชก้านเลื่อนลิ้นปลายก้านเลื่อนลิ้นด้านซ้าย
- ปรับตำแหน่งของลิ้นไอเสียไปในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อปฏิบัติตามนี้
- ใส่ก้านเลื่อนลิ้นเข้ากับฝาสูบ หลังจากประกอบฝาปิดก้านเลื่อนลิ้นแล้วให้ดึงก้านเลื่อนลิ้นมาทางขวา
- จัดมาร์คบนฟันเฟืองของลิ้นไอเสียกับร่องบนก้านเลื่อนลิ้นให้ตรงกัน
- ประกอบบู๊ชประคองลิ้นไอเสียและบู๊ชก้านเลื่อนลิ้น แล้วทำการตรวจเช็คการทำงานโดยการดึงหรือดันก้านเสื้อลิ้น
- ประกอบขาเลื่อนก้านและขันนอตยึดขาเลื่อนก้านตามค่าแรงบิดที่กำหนด

การถอดฝาครอบเครื่องยนต์ด้านขวา Kawasaki KR150R


อธิบายภาพ
1.แผ่นเหล็กครัตช์
2. แผ่นคลัตช์
G.ใช้จาระชนิดทนความร้อนสูง
O.ใช้น้ำมันเครื่องชะโลม
L.ใช้น้ำยาล๊อคเกลียว
M.ใช้จาระบีโมลิบินั่ม
T1. 8.0 นิวตัน-เมตร
T2. 3.9 นิวตัน-เมตร
T3. 9.8 นิวตัน-เมตร
T4. 15 นิวตัน-เมตร
T5. 64 นิวตัน-เมตร


การถอดแยกชุดควบคุมไอเสีย Kawasaki KR150R
1.ยางกันฝุ่น
2.นอตยึด
3.ขาเลื่อนเพลา
4.สกรู
5.แกนชุด KIPS
6.สลักล๊อกเพลา
7.บู๊ช
8.สลัก
9.สลัก
10.ลูกปืน
11.แกนกาวานา
12.รองลูกปืน
13.โอริง
14.ลูกปืนกาวานา
15.ฝาครอบลูกปืนกาวานา
16.แหวนรอง
17.ขาเลื่อนเพลา-ล่าง
18.บู๊ช
19.แหวนรองสปริง
20.สปริง
21.เฟืองขับชุดกาวานา
22.ลูกปืน
23.โบลท์ยึดขาเลื่อนเพลา-ล่าง



การถอดแยกชุดคันสตาร์ท Kawasaki KR150R
1.คลิปล็อค
2.เฟืองเกียร์สตาร์ท
3.ฟันจับเฟืองสตาร์ท
4.สปริง
5.แหวนล็อค
6.เพลาแกนสตาร์ท

ข้อควรระวัง : เมื่อทำการประกอบฟันเฟืองสตาร์ทเข้ากับเพลาแกนสตาร์ทร่องบอกบนฟันจับเดฟืองสตาร์ทจะต้องตรงกับรูบนเพลาแกนเฟืองสตาร์ท


การถอดเพลาข้อเหวียงและชุดเกียร์ Kawasaki KR150R
1.ด้านซีลข้าง
64 นิวตัน-เมตร
15 นิวตัน-เมตร
20 นิวตัน-เมตร
9.8 นิวตัน-เมตร
G.ใช้จาระบีโมลิบดินั่ม
O.ใช้น้ำมันเครื่อง 2 จังหวะ
TO.ใช้น้ำมันสำหรับเกียร์และชุดก้ามปู
LG.ใช้ปะเก็นเหลว (คาวาซากิบอนด์ 92104-002) ทำให้หน้าสัมพัสของเสื้อเกียร์ทั้งซ้ายและขวา
L.ใช้น้ำยาล็อคเกียวทาที่เกลียว

ข้อแนะนำ
- การประกอบชุดเพลาข้อเหวี่ยงต้องใช้ความสะอาดพอประมาณ ดังนั้นการแนกเพลาข้อเหวี่ยงจะทำได้เฉพาะร้านที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์พร้อมเท่านั้น
- ไม่ควรถอดลูกปืนข้อเหวี่ยงถ้าไม่จำเป็น เพราะถ้าถอดอาจชำรุดได้
- ก่อนประกอบซิลข้อเหวี่ยงควรทาด้วยจาระบีทนความร้องสูงก่อน
- ประกอบลูกปืนเพลาขับและกระปุกเกียร์ทางด้านแคร็งค์ขวา ซึ่งทั้งสองจะมีซิลอยู่ทางด้านฝาครอบเครื่องยนต์ด้านขวาด้วย ประกอบซิลน้ำมันของแกนเปลี่ยนเกียร์เข้าทางด้านขวาของแคร็งค์ ซึ่งจะมีสปริงล็อคแกนเลื่อนเกียร์อยู่ทางด้านซีกซ้ายของฝาครอบเครื่องยนต์ด้านขวาเช่นเดียวกัน



การถอดชุดสมดุล Kawasaki KR150R
- ถอดฝาครอบปลายเพลาตุ้มสมดุลด้านซ้ายของแคร็งค์เครื่องยนต์ออก โดยการคลายโบลท์ยึดทั้งหมดออก A คลายโบลท์ตัวกลางออก B และหาโบลท์ที่มีขนาดเกลียวเดียวกัน แต่ตัวยาวกว่าขันอัดเข้าไปเพื่อให้ฝาครอบลอยตัวออกมาเอง
- คลายนอตล็อคเฟืองชุดสมดุลและถอดเฟืองชุดสมดุลออก
- ดึงเพลาตุ้มสมดุลออกทางด้านซ้ายของเครื่องยนต์ โดยการหมุนหาตำแหน่งที่เหมาะสม
- ถอดแผ่นกันลูกปืนออก A
- ถอดลูกปืนชุดสมดุลออกโดยการอัด

ข้อแนะนำการประกอบชุดสมดุล Kawasaki KR150R
- ประกอบย้อนลำดับการถอด
- อัดลูกปืนชุดสมดุลเข้าโดยใช้ตัวตอกลูกปืนอัดเข้าทางด้านข้างให้ขอบเสมอกับผิวแคร็งค์เครื่องยนต์
- ประกอบแผ่นกั้นลูกปืน
- ประกอบเฟืองชุดสมดุลกับเฟืองไพรมารี่ให้เครื่องหมายตรงกัน
A.เครื่องหมายบนเฟืองไพรมารี่
B.เครื่องหมายบนเฟืองชุดสมดุล.



การถอดเพลาเกียร์ Kawasaki KR150R
- ดึงแกนก้ามปูและเดือยก้ามปูออกจากร่องกระปุกเกียร์
- นำกระปุกเกียร์ออก
- ถอดก้ามปูออกจากเฟืองเกียร์
- ถอดเพลาขับและเพลากำลังออกด้วยกันพร้องทั้งเฟืองเกียร์
- ใช้คีมถ่าง ถอดคลิปล็อค เพื่อทำการแยกเพลาเกียร์


การประกอบชุดเพลาเกียร์ Kawasaki KR150R
- ประกอบน้อยลำดับการถอด
- ชโลมน้ำมันหล่อลื่นเกียร์ที่เพลาเกียร์และลูกปืน
- เปลี่ยนคลิปล็อคที่ถอดด้วยตัวใหม่
- การประกอบคลิปล็อคให้ลงในร่องบากเสมอ โดยการถ่างคลิปล็อคออก สวมเข้ากับเพลาและเลื่อนเข้าไปให้ลงร่องพอดี
- เฟืองเกียร์บนเพลาขับ สามารถจะบอกเป็นขนาดดังนี้ ขนาดเล็กสูกเป็นเกียร์ 1 และใหญ่สุดเป็นเกียร์ 6 แต่เพื่อความแน่ใจในการประกอบให้ถูกต้องสามารถดูได้ดังนี้ ลำดับจากด้านในสุดของเพลาขับ

1. เกียร์ 1 10 ฟันเป็นชิ้นเดียวกับเพลา
2. เกียร์ 2 21 ฟัน หมุนอิสระบนเพลา
3. เกียร์ 3/4 20 22 ฟัน เป็นร่องล็อคติดกับเพลา
4. เกียร์ 6 23 ฟัน หมุนอิสระบนเพลา
5. เกียร์ 2 17 ฟัน หมุนอิสระบนเพลา

- โครงสร้างเริ่มจากเกียร์ 1 (เป็นชิ้นเดียวกับเพลาขับ) เกียร์ 5 (หน้าแปลนด้านซ้ายเป็นรู) คลิปล็อค เกียร์ 3/4 (เกียร์ 3 อยู่ด้านขวา) เกียร์ 6 (หน้าแปลนด้านขวาเป็นรู) เกียร์ 2 (ฟันเฟืองที่ถูกลบมุมจะอยู่ทางด้านซ้าย) และ ปิดท้ายด้วยคลิปล็อค

- เฟืองเกียร์บนเพลากำลัง สามารถบอกเป็นขนาดได้ดังนี้ ขนาดใหญ่สุดเป็นเกียร์ 1 ขนาดเล็กสุดเป็นเกียร์ 6 แต่เพื่อความควมแน่ใจในการประกอบให้ถูกต้อง สามารถดูได้ดังนี้ ลำดับเรียงจากด้านในสุดของเพลากำลัง

1.เกียร์ 2 29 ฟัน หมุนอิสระบนเพลา
2. เกียร์ 6 19 ฟัน เป็นร่องล็อคติดกับเพลา
3. เกียร์ 4 24 ฟัน หมุนอิสระบนเพลา
4. เกียร์ 3 26 ฟัน หมุนอิสระบนเพลา
5. เกียร์ 5 20 ฟัน เป็นร่องล็อคติดกับเพลา
6. เกียร์ 1 27 ฟัน หมุนอิสระบนเพลา

- โครงสร้างเริ่มจากเกียร์ 2 (หน้าแปลนด้านซ้ายจะเรียบ) คลิปล็อค เกียร์ 6 (ด้านขวาจะเป็นร่องก้ามปู) คลิปล็อค เกียร์ 4 (หน้าแปลนด้านซ้ายจะเป็นรู) คลิปล๊อค เกียร์ 5 (ด้านซ้ายจะเป็นร่องก้ามปู) เกียร์ 1 (หน้าแปลนด้านขวาจะเรียบ)
- เช็คเฟืองเกียร์จะหมุนและเลื่อนตัวได้อิสระบนเพลาเกียร์ หลังประกอบเสร็จ

การประกอบกระปุกเกียร์และก้ามปู Kawasaki KR150R
- ชโลมน้ำมันเกียร์เล็กน้อยลงบนหูก้ามปูและส่วนที่ยึดกับร่องเกียร์
- ใส่สลักก้ามปูเข้ายังร่องกระปุกเกียร์
- ชโลมน้ำมันลงบนแกนก้ามปูและใส่ลงในรูก้ามปู


ข้อสังเกตุของก้ามปู Kawasaki KR150R
- ก้ามปูเกียร์ 5 เพลากำลัง หูก้ามปูจะอยู่ตรงกลางของโครง
- ก้ามปู 3/4 เพลาขับ หูก้ามปูจะสั้นกว่าอีก 2 ตัว
- ก้ามปูเกียร์ 6 เพลากำลัง หูก้ามปูจะอยู่ริมของโครง

ภาพแสดงชิ้นส่วน Kawasaki KR150R



1.เครื่องหมาย TOP
2.หัวเทียน
3.เครื่องหมาย R
4.ลูกศรชี้ไปทางด้ามหน้าเครื่อง
O.ใช้น้ำมันเครื่องชโลมหน้าสัมพัส
M.ใช้สาระบีโมลิดินั่ม
G.ใช้จารบีชนิดทนความร้อนสูง
T1. 7.4 นิวตัน-เมตร
T2. 27 นิวตัน-เมตร
T3. 25 นิวตัน-เมตร