บทความยอดฮิต

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

ข้อมูลทั่วไป ยามาฮ่า ทีแซดเอ็ม YAMAHA TZM

สายพานการผลิตรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตในพิกัดความจุ 150 cc ภายใต้การการันตีคุณภาพสินค้าจากค่าย "ยามาฮ่า" ได้ฤกษ์เปิดสวิทช์รถซูเปอร์สปอร์ต "โมเดลใหม่ล่าสุด" ป้อนเข้าสู้โชว์รูมทั่วไทยอีกครั้งหนึ่ง การกลับมาของรถซูเปอร์สปอร์ตนิวโมเดลจากค่ายามาฮ่าในคราวนี้นับว่าเป็นการสร้างคามเซอร์ไพรส์ให้กับนักบิดทั่วเมืองไทยได้แตกตื่นฮือฮากันครั้งใหญ่ในคราวนี้ เพราะสินค้าตัวใหม่ล่าสุดที่ยามาฮ่าเข็นออกมา มาจากสายการผลิตสดสดร้อนร้อนนี่มีการพัฒนารูปโฉมและสมรรถนะทางด้านเทคนิคใหม่หมดทุกส่วนสัด เพื่อกลับเข้าสู่ทษวรรษแห่งการเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างเต็มตัวอีกครั้ง


 "ยามาฮ่า TZM"

TZM คือรหัสแห่งความแรงทายาทสายพันธุ์ซูเปอร์สปอร์ตระดับกรังด์ปรีช์ที่ได้รับการถ่ายทอดนำเอาเทคโนโลยีจากตัวแข่งเวิลด์กรังด์ปรีช์เข้ามาบรรจุอยู่ในเรือนร่างมากที่สุด เพื่อให้กับนักบิดทั่วไทย เราได้สัมผัสกับรถตักรยานยนต์ที่มีสมรรถนะและความปลอดภัยสูง ที่สำคัญไม่ส่งผลกระทบที่เป็นมลภาวะต่อสภาพอากาศ ซึ่งเป็นนโยบายหลักในการผลิตรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะของยามาฮ่าทั่วโลก


ส่วนรหัสเรียชื่อรุ่นรถซูเปอร์สปอร์ตตัวใหม่ล่าสุดใช้ว่า "TZM" ซึ่งเป็นรหัสเดียวกันกับที่ใช้อยู่ในรถแข่งที่ได้ครองแชมป์โลก GP2 ในรายการเวิร์ดกรังด์ปรีช์แชมเปี้ยนชิพ 1993 คือ "TZ 250 M" คู่ขาของ "เท็ตซึยา ฮาราดะ" และในปีศักราชนี้ ยามาฮ่าได้นำรหัส "TZM" มาใช้กับรถซูเปอร์สปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อตอบสนองให้นักบิดชาวไทยเราได้สะใจกันทั่วหน้า

"TZM 150" รถซูเปอร์สปอร์ตที่มีกาีรพัฒนาดีไซน์รูปลักษณ์สมบูรณ์แบบใกล้เคียงกับรูปลักษณ์ของรถแข่งมากที่สุดอีกรุ่นหนึ่งในทศวรรษนี้ ทางด้านศักยภาพ ความแรงนั้น TZM มีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เป็นส่วนประกอบของตัวรถรวมด้วยกันหลายจุด เรียกว่าปฏิรูปเทคนิคใหม่หมดทั้งคันเลยก็ว่าได้ ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอีกหลายจุดด้วยกัน ซึ่งพอที่จะแยกแยะออกเป็นหัวข้อใหญ่ได้ 3 ประการคือ 1 รูปทรงภายนอก (BODY) 2 สมรรถนะของเครื่องยนต์ (ENGINE) และประการสุดท้ายคือ 3 รายละเอียดของชิ้นส่วนต่างๆเรามาเริ่มทำความรู้จักกับเทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ในร่างของ TZM กันเลยดีกว่า


รูปทรงภายนอก จุดเรียกร้องความสนใจที่นักบิดชาวไทยเราให้ความสำคัญมากพอๆกับสมรรถนะก็คือ รูปทรงภายนอก สำหรับ TZM นั้นมีการพัฒนาฮีกแนวเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวโดยการนำเอารูปทรงของ TZR 250 โมเดลปี 1994 ย่อส่วนลงมาบรรจุอยู่ในเรืองร่างอย่างลงตัวดูสวยงามและดุดันมากยิ่งขึ้น ตัวแฟริ่งด้านหน้าแบบ AERODYNAMIC ซึ่งเป็นแฟริ่งแบบเต็มคัน ทันสมัยสไตล์เดียวกับรถแข่ง ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เมื่อมองจากด้านหน้ารถดูคล้ายคลึงกับรุ่น TZR 250 เป็นอย่างมาก (แต่มีขนาดเล็กกว่าหน่อยเท่านั้นเอง) ไฟหน้าดีไซน์แบบ CENEMA SCOPE ให้พลังส่องสว่างโดยหลอดฮาโลเจน 45/45 w ไฟเลี้ยวที่ด้านนอกออกแบบได้สวยงามวางอยู่ในตำแหน่งที่กลมกลืนรับกับไฟหน้า โดนฟังติดเป็นชิ้นเดียวกับแฟริ่ง ถังน้ำมันมีขนาดใหญ่สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 13 ลิตร ฝาถังน้ำมันยังใช้ของเดิมจากรุ่น TZR 150 RR ซึ่งเป็นดีไซน์แบบเดียวกับที่ใช้อยู่ในเครื่องบิน (ฝันในตัวถัง) เบาะนั่งแบบสปอร์ตชิ้นเดียวกัน ส่วนท้ายยกระดับดูทันสมัย พร้อมด้วยบาร์ท้ายเบาะทำด้วยอลูมิเนียมไม่เป็นสนิม ส่วนฝาข้างทั้งซ้ายและขวาเป็นแบบชิ้นเดียวตลอดคันสไตล์รถแข่ง ไฟท้าย 2 ดวงคู่โดยมีไฟเลี้ยวแยกอิสระโดดเด่นเมื่อยามใช้งานและให้ความปลอยภัยต่อผู้ขับขี่

ลายกราฟฟิคใหม่เน้นสีสันเพื่อความสะใจของวัยรุ่น ซึ่งเป็นลายลักษณ์ของปี 1994 แบบเดียวกับที่ใช้อยู่ในรุ่น TZR 250 สวยสะดุดตา มีให้เลือกถึง 3 สีด้วยกัน คือ แดงขาว น้ำเงินขาว และสีดำ


แผงหน้าปัทม์เรือนไมล์
ยังคงใช้แบบเดิมที่ใช้อยู่ในรุ่น TZR 150 RR ทั้งเรือนไมล์เกจ์วัดรอบ เกจ์วัดน้ำมัน ซึ่งใช้อยู่ในเรือนเดียวกับเกจ์วัดความร้อนรักกับสวิตช์ความคุมที่ติดตั้งอยู่ที่แฮนด์ แบบจับโช๊คแยกส่วนทั้งซ้ายและขวา นอกจากนั้นปีะกับคันเร่งยังออกแบบใหม่ (แบบที่ใช้ในรถแข่ง)


เฟรมเดลต้าบ๊อกซ์ อย่างหนา
เฟรมตัว TZM ถูกถอดแบบย่อส่วนมาจากเฟรมที่ใช้อยู่ในตัวแข่ง โดยมีการดีไซน์ให้มีระยะท่างระหว่างองศาที่คอรถและจุดหมุนของสวิงอาร์มสั้นลงกว่าเดิม เพิ่มประสิทธิ์ภาพการทรงตัวได้ดีเยี่ยม วัสดุที่ใช้เป็นชนิดพิเศษ ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง แข็งแกร่งทนแรงบิดได้สูงกว่าเฟรมธรรมดาทั่วไปถึง 55% ส่วนเฟรมด้านท้ายยังคงเป็นแบบท่อเหล็กยึดติดกันเดลต้าบ๊อกซ์ แต่มีองศาที่กว่ามิติของ TZR ส่วนเฟรมด้านล่างทรงเปลคู่ยึดห้องเครื่องยนต์ไว้อย่างมั่นคงและสามารถถอดเฟรมด้านขวาออกได้เพียงขันน๊อต 4 ตัวเท่านั้นทำให้การเซอร์วิสเครื่องยนต์ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น สวังอาร์มหลังทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ทนแรงบิดได้สูง รับกับพักเท้าแบบเกียร์โยง  และเฟรมเดลต้าบ๊อกซ์อย่างลงตัว



ช่วงล่าง ล้อ ยาง เบรก โช้ค เพอเฟคพอตัว
ล้อยางสไตล์รถแข่ง TZM 150 เป็นรถซูเปอร์สปอร์ตรุ่นแรกของยามาฮ่าที่ใช้ล้อเป็นล้อแม๊กแบบ 3 ก้านซึ่งใช้วัสดุพิเศษผลิตจากเทคโนโลยีชั้นสูง มีน้ำหนักเบาเพราะเป็นล้อแม๊กแบบกลวงขนาด 17 นิ้วทั้งล้อหน้าและล้อหลัง สวยงามตามสไตล์รถแข่ง ส่วนยางที่ใช้เป็นยางแบบเรเดียลขนาดใหญ่และไม่มียางใน (TUBELLESS) หรือที่เรารู้จักกันดีที่เรียกว่า "ยางจุ๊บเลส" นักว่าเป็นสปอร์ตรุ่นแรกในไทยที่หันมาใช้ยางแบบเรเดียล ยางหน้าของ IRC ขนาด 90/80-17 46s ยางหลัง IRC ขนาด 110/80-17 57s ลายดอกยางดีไซน์ใหม่ลายสปอร์ตหน้ากว้างเสริมความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้นหลังจากยามาฮ่าถูกโจมตีอย่างหนักเกี่ยวกับสมรรถนะของระบบช่วงล่างของรุ่น TZR 150 RR ว่าม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบเท่าที่ควร มาคราวนี้ยามาฮ่าสามารถลบคำสบประมาทจากกระแสโจมตีได้อย่างดี เพราะรถซูเปอร์สปอร์ต TZM150 ตัวใหม่นี้มีการปรับเซ็ทระบบช่วงล่าง อันประกอบด้วย ล้อ ยาง เบรค โช้คกันใหม่หมด เพิ่มศักยภาพความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น

ระบบ เบรกหน้า หลัง มีประสิทธิภาพการทำงานสูง ซึ่งเชื่อว่าดีที่สุดในบรรดารถพิกัดเดียวกันในช่วงนั้น เพราะดิสค์เบรกหน้าปั้มลูกสูบแบบคู่ใช้จานเบรคแบบโฟลทติ้งดิสค์เบรคจานเดียว 2 ชั้นขนาดใหญ่ให้ตัวได้ (เหมือนกับจานดิสค์เบรกที่ใช้ปั๊มลูกสูบคู่แบบเดียว ให้ประสิทธิภาพการเบรคได้สูงกว่าดิสค์เบรคธรรมดาทั่วไปถึง 15%)

ระบบกันสะเทือนด้านหน้า หลัง ให้พลังซึมซึบแรงสั่นสะเทือนในด้านการขับขี่ทั่วไปได้แจ๋ว โช้คอัพหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิ๊คเพิ่มความทนทานของสปริงขึ้นอีก 11% ใช้แกนโช๊คขนาดใหญ่ให้ช่วงยุบตัวได้ถึง 130 มม ส่วนโช๊คอัพหลังแบบโมโมครอสออกแบบใหม่เช่นกัน (แต่ไม่ยักกะมีกระเดืองทดแรงอย่างที่คิด) เพิ่มความทนทานของสปริงอีก 20% ช่วงยุบตัวสูงสุด 100 มม.


เครื่องยนต์ 147 cc สมรรถนะสูง เสื้อสูบเคลือบสาร NNC
เครื่องยนต์ของ TZM มีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยเพิ่มสมรรถนะความแรงของขุมพลังมากขึ้นกว่าเดิม เครื่องยนต์แบบ 2 จังหวะ แคร้งเคสรีดวาล์ว ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ สูบเดียว 147 cc ใช้เสื้อสูบแบบอลูมิเนียมอัลลอย เคลือบสาร NNC ช่วยผิดของเสื้อสูบลื่นขึ้นและสามารถลดระดับความร้อนที่เกิดจากการเสียดสในห้องเผาไหม้ได้ดียิ้งขึ้น นอกจากนี้ลูกสูบยังเป็บแบบหัวเรียบหรือหัวตัดแบบรถแข่งพร้อมด้วยฝาสูบดีไซน์ใหม่ส่งผลให้เครื่องยนต์ผลิตแรงม้าได้สูงสุด 36.5 ม้าที่ 9500 รอบ/นาที เกียร์ 6 สปีด พร้อมด้วยระบบ YPVS (YAMAHA POWER VALVE SYSTEM) ควบคุมการคายไอเสียให้เหมาะสมกับวามเร็วรอบของเครื่องยนต์ ซึ่งระบบนี้จะควบคุมการทำงานด้วยระบบไมโครคอมพิวเตอร์ ช่วยให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูง แม้ในรอบเครื่องยนต์ต่ำและรอบเครื่องงยนต์ปานกลาง และระบบ YCLS เป็นระบบไมโครคอมพิวเตอร์ที่สามารถความคุมการจ่ายน้ำมันออโต้ลูบให้เหมาะสมกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ ช่วยให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์และประหยัดน้ำมันออโต้ลูบได้โดยไม่สูญเสียไปโดยใช่เหตุ ซึ่งระบบ YCLS นี้ได้นำมาใช้กับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าตั้งแต่รุ่น RXZ VR และ TZR150 มาอย่างได้ผลก่อนหน้านี้แล้ว


คาบูร์เรเตอร์แบบ POWER JET ยามาฮ่า TZM นำเอาคาร์บูเรเตอร์รุ่น VM 30 SS ซึ่งประกอบด้วย POWER JET ออกแบบให้ทำงานสัมพันธ์กับรอบเครื่อง ยนในรอบที่สูง POWER JETจะช่วยป้อนใหเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศอย่างเหมาะสมพร้อมด้วยหม้อกรองอากาศขนาดหญ่เพิ่มประสิทธิภาพในการป้อนเชื้อเพลิงและช่วยลดเสียงดังได้อีกทางหนึ่ง


ข้อมูลเฉพาะ TZM 150

เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว แคร้งเคสรีดวาล์วอินดันชั่น
ปริมาณกระบอกสูบ 147 cc
กระบอกสูบxช่วงชัก 59.0x54.0 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด 6.0 : 1
แรงม้าสูงสุด 36.0 แรงม้า (PS) ที่ 10500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 2.5 กก-ม ที่ 9500 รอบ/นาที
ระบบหล่อลื่น ยามาฮ่า ออโต้ลูบ
ระบบควบคุมไอเสีย YPVS+YCLS
คาร์บูเรเตอร์ VM 30 ss
ระบบจุดระเบิด CDI
ระบบสตาร์ท สตาร์ทเท้า
ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร
ความจุถังน้ำมันออโต้ลูบ 1.2 ลิตร
ระบบเกียร์ คอนสแตนท์แมช 6 จังหวะ
ระบบคลัทช์ มัตติเพลท แบบเปียก
ขนาด (กว้างxยาวxสูง) 685 มม. x 1965 มม. x 1100 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 765 มม.
ช่วงห่างแกนล้อ 1.335 มม.
ระบบกันสะเทือน หน้า เทเลสโคปิค หลัง โมโนครอส
ระบบห้ามล้อ หน้า โฟรทดิ้งดิสค์เบรค ขนาด 298 มม. หลัง ออฟโฟสดิสค์เบรก ขนาด 210 มม.
ขนาดยาง หน้า 90/80-17 46s หลัง 110/80-17 เรเดียลไม่ใช้ยางใน

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ข้อมูลทั่วไป ซูซูกิ อากีร่า SUZUKI AKIRA

ซูซูกิ อากีร่า SUZUKI AKIRA



หากคุณเป็นคนที่ใฝ่ฝันถึงจักรยานยนต์สปอร์ตที่ทรงสมรรถนะของเครื่องยนต์และสามารถผสานคุณลักษณะของการใช้งานที่ สามารถได้ทุกคนในครอบครัวซูซูกิ อากิร่า สุดยอดของมินิสปอร์ตจากผลงานขของบริษัท ไทย ซูซูกิ มอเตอร์ จำหัด จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่ใฝ่หารถจักรยานยนต์ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของผู้บริโภค "ซูซูกิ อากิร่า" เป็นการปฏิวัติรูปโฉมของรถจักรยานยนต์มินิสปอร์ตในประเทศไทยใหม่หมดทุกจุดและทุกมุมมอง อันเป็นมาจากการทุ่มเท ค้นคว้าอย่างหนักหน่วงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่สุดในตอนนั้น จำทำให้ซูซูกิ อากิร่า เปนรถจักรยานยนต์มินิสปอร์ตที่มีลักษณะที่เด่นกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไปที่มีอู่ในท้องตลากถึง 5 ประการด้วยกันคือ


แรงซะใจกับเครื่องยนต์แบบตั้ง ซูซูกิ อากิร่าใช้เครื่องยนต์แบบตั้ง 39 องศาปริมาณกระบอกสูบ 110 ซีซี ลูกสูบxช่วงชัก = 54x48 มม. ให้พลังเครื่องยนต์สูงถึง 14.9 แรงม้าที่ 8000 รอบ/นาที เหนือกว่ารถจักรยานยนต์ที่มีอยู่ในท้องตลาดในช่วงนั้น พร้อมด้วยระบบระบายความร้อนแบบ "เจ็ตคูล" ใหม่ที่ช่วยระบายความร้อนได้ดีเยี่ยมซึ่งมีแต่เฉพาะ รถจักรยานยนต์ซูซูกิเท่านั้น


ระบบครัตช์แบบ PECS ลิขสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ทุกความเร็วรอบเครื่องยนต์ โดยปราศจากการกระตุก จึงทำให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างนิ่มนวลให้ความสะอวดสะบายให้การขับขี่และเหมาะสมสำหรับทุกคนในครอบครัว


เฟรมเหลี่ยมแบบ SCAF ทนแรงบิดสูงกว่า นอกเหนือจากสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมของเครื่องยนต์แล้ว ซูซูกิ อากิร่า ยังเสริมความโดดเด่นที่เหนือล้ำกว่า ด้วยการใช้เฟรมเหลี่ยมแบบ SCAF ซึ่งเป็นผลจากการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ที่ผ่านการทดสอบด้วยระบบ FEM สมมารถทนทานต่อแรงบิดและแรงดึงได้สูงกว่าเพื่อรองรักสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ทรงพลังได้อย่างแน่นอนกว่าและ ซูซูกิอาดิร่า ยังเป็นรถจักรยานยนต์มินิสปอร์ตเพียงรุ่นเดียวที่ใช้ระบบเฟรมเหลี่ยมนี้


โช๊คเดี่ยว S Hypershock พัฒนาสู่เทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน ซูซูกิอากีร่าสร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้งในโลกของการผลิตรถจักรยานยนต์ในเมืองไทย ด้วยการนำโช๊คเดี่ยว S Hypershock มาใช้กับซูซูกิ อากีร่าสุดยอดมินิสปอร์ตของซูซูกิ ระบบการทำงานของโช้คเดี่ยวนี่สามารถรับน้ำหนักและให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ได้ดีกว่า และประสิทธิภาพในการทรงตัวขณะเข้าโค้งได้แน่นอนกว่าระบบโช๊คคู่ และในตอนนั้น ซูซูกิ อากีร่ายังเป็นรถจักรยานยนต์มิมิสปอร์ตเพียงยี่ห้อเดียวที่ใช้ระบบโช้คเดี่ยวนี่



สุดยอดปลอดภัยด้วยดิสเบรกบางแบบสปอร์ตและสเตบิไลเซอร์เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ซูซูกิ อากีร่า เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยดิสเบรกหน้าที่ใช้ระบบลูกสูบ 2 ลูกที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 27 มม. ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าที่ใช้ในรถจักรยานยนต์มินิสปอร์ตยี่ห้ออื่นๆ ให้ความมั่นใจสูงสุดเมื่อต้องใช้เบรกอย่างกระทันหันในสภาวะฉุกเฉิน


ยางแบบสปอร์ตซึ่งออบแบบลวดลายใหม่อย่างสวยงามและให้การเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม ทั้งสภาพถนนแห้งและเปียก พร้อมด้วยสเตบิไลเซอร์แท้เสริมที่ตะเกียบคู่หน้า ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้นถ้าในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง


แผงหน้าปัดใหม่พิเศษด้วยเรือนวัดรอบ แผงหน้าปัดออกแบบครบถ้วน และซูซูกิ อากีร่าเป็นรถจักรยานยนต์มินิสปอร์ตเพียงยี่ห้อเดียวที่มีเรือนวัดรอบที่บ่งบอกการทำงานในทุกรอบเครื่องยนต์พร้อมไฟบอกเกียร์ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนในความมืด และนี่คืออีก 1 เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือกว่ารถจักรยานประเภทเดียวกันที่มีอยู่ในท้องตลาดในเวลานั้น 

รายละเอียดรถรุ่น RU110 ซูซูกิ อากีร่า  SUZUKI AKIRA


เครื่องยนต์
แบบ 2 จังหวะแคร๊งค์เคสรีดวาล์ว 6 แผ่น ระบายความร้อนด้วยระบบเจ็ทคูล
ประมาณกระบอกสูบ 110 ซีซี
ลูกสูบxระยะชัก 54x48 มม.
ระบบหล่อลื่น ซูซูกิ ซีซีไอ CCI
คาร์บูเรเตอร์ VM18SS
ระบบเกียร์ อัตโนมัติ 5 เกียร์
ระบบครัช PECS
ระบบจุดระเบิด CDI
ระบบสตาร์ท เท้า
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 4.8 ลิตร
ความจุน้ำมัน CCI 1.1 ลิตร
แรงม้าสูงสุด 14.9 แรงม้าที่ 8000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 1.43 กก-ม. ที่ 7000 รอบ/นาที
แบตเตอร์รี่ 12 โวลท์

โครงรถ
กว้างxยาวxสูง 645x1800x935 มม.
ช่วงล้อ 1243.7 มม.
ความสูงใต้ท้องรถ 112 มม.
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 1922.9 มม.
มุมเลี้ยว 45 องศา
มุมคาสเตอร์ 26 36 องศา
ความสูงเบาะ 711.6 มม.
น้ำหนักสุทธิ 96.2 กก.
ระบบเบรกหน้า ดิสค์ (220)
ระบบเบรกหลัง ดรัม (110)
ระบบเฟรม SCAF
กันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิค
กันสะเทือนหลัง โช๊คเดี่ยว S.Hypershock
ยางหน้า 2.25-17
ยางหลัง 2.50-17


วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การผ่าเครื่อง YAMAHA VR150 ยามาฮ่า วีอาร์ 150



รถสปอร์ตหม้อน้ำตัวที่สองในสายการผลิตของเมืองไทยที่ได้ถูกส่งเข้าสู่ท้องตลาดตั้งแต่ปลายปี 2530 จัดว่าเป็นรถสปอร์ตชั้นแนวหน้าในขณะนั้น เพราะเป็นรถสปอร์ตระบายความร้อนด้วยน้ำเพียงรุ่นเดียวที่มีซีซีสูงที่สุด เมื่อออกมาได้ 1 ปีก็ได้มีการปรับปรุงสีและลายใหม่ พร้อมทั้งเจาะรูระบายความร้อนให้กับดิสค์เบรคหน้าและสเตน์พักเท้าก็ติดตั้งให้สามารถถอดออกได้ซึ่งในรุ่นแรกสเตย์พักเท้าเป็นแบบเชื่อมติดกับเฟรม และเมื่อย่างเข้าสู้ขวบปีที่ 3 VR150 ใหม่ก็ปรากฏกายให้เห็นเป็นการปรับปรุงสีและลายใหม่เป็นครั้งที่ 2 ส่วนเครื่องบยนต์ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงดังนั้น เทคนิคขึ้นตอนการผ่าเครื่องทั้ง 3 รุ่นจึงไม่มีข้อแตกต่างแต่อย่างใด


การถอดเครื่องยนต์ YAMAHA VR150
ในการผ่าเครื่องจพเป็นที่จะต้องถอดเครื่องหรือยกเครื่องลงและก่อนที่จะยกเครื่องยนต์ลงก็จำเป็นที่จะต้องถอดอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่ยึดติดกับเครื่องยนต์ ดังต่อไปนี้


ถ่ายน้ำมันเครื่อง YAMAHA VR150
1.ถ้าเครื่องยนต์เห็นให้ติดเครื่องและอุ่นเครื่องประมาณ 5 นาที
2.ดับเครื่อง
3.ถอดโบลท์ถ่ายน้ำมันเครื่อง เอียงรถทางขวาเล็กน้อย


ถ่ายน้ำหม้อน้ำ YAMAHA VR150
คำเตือน อย่าเปิดฝาหม้อน้ำขณะที่เครื่องยนต์และหม้อน้ำยังร้อนอยู่
1.ถอดสายระบาย
2.ถ่ายน้ำในหม้อน้ำออก
3.ถอดฝาหม้อน้ำ
4.ถอดโบลท์ถ่ายน้ำ และปะเก็น
5.ถ่ายน้ำออกควรเอียงรถมาทางขวาเล็กน้อย




ถอดถังน้ำมันและกรองอากาศ YAMAHA VR150
1.ถอดเบาะ ฝาครอบข้างซ้ายและขวา
2.หมุนก็อกน้ำมันเชื้อเพลิงไปตำแหน่ง OFF
3.ถอดท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
4.ถอดข้อต่อสายไฟลูกลอยวัดน้ำมัน
5.ถอดถังน้ำมันเชื้อเพลิง
6.ถอดไส้กรองอากาศ

ถอดท่อไอเสีย YAMAHA VR150
1.ถอดสายน้ำมัน สายน้ำมันออโต้ลู้บ
2.คลายสกรูท่อยางของคาร์บูเรเตอร์
3.ถอดคาร์บูเรเตอร์ ฝาครอบ












สายและท่อปั้มออโต้ลู้บ YAMAHA VR150
1.ถอดฝาครอบปั๊มออโต้ลู้บ
2.ถอดสายน้ำมันออโต้ลู้บ
3.ถอดคลิป สายปั้มออโต้ลู้บ
4.คลายสกรูฝาครอบแคร๊งค์
- ถอดสายคลัตช์
- ถอดสายวัดรอบ
- ถอดท่อต่อหม้อน้ำ ทั้งทางเข้าและทางออก
- ถอดปลั๊กหัวเทียน สายวัดอุณหภูมิ
- ถอดปลั๊กสายไฟ ซี ดี ไอ แม๊กนีโต และท่อ วาย อี ไอ เอส
- ถอดสายไฟแบตเตอร์รี่ (ขั้วลบ)
- ถอดโซ่
1.ถอดขาเกียร์
2.ฝาครอบจานไฟ
3.ถอดตัวล๊อคสเตอร์หน้า
4.ถอดปิ๊นล๊อค คลายนอตล๊อคเพลาล้อหลัง
5.คลายนอตล๊อคสกรูปรับตั้งโซ่ คลายสกรูปรับตั้ง
6.ถอดสเตอร์หน้า


ถอดเครื่องยนต์ YAMAHA VR150
1.ถอดขายึดเครื่องยนต์
2.ถอดโบลท์ยึดแท่นเครื่อง
3.ถอดเครื่องยนต์

ถอดฝาสูบ เสื้อสูบ ลูกสูบ YAMAHA VR150
1.ถอดหัวเทียน ตัววัดอุณหภูมิ .
คำเตือน ตัววัดอุณหภูมิอย่าให้ตกหรือกระทบกระเทือน เพราะอาจทำให้เสียได้
2.ถอดฝาสูบ โอริง
ข้อควรจำ ต้องถอดนอตฝาสูบตรงกันข้ามตามรูป ต้องคลายสกรูทึกตัวประมาณ 1/4 รอบก่อน แล้วจึงถอดออกทั้งหมด
3.คลายนอตเสื้อสูบ ถอดแค้มป์ล๊อคสายคลัตช์
4.ถอดเสื้อสูบ ปะเก็น บู๊ชรอง สลักเสื้อสูบ
5.ถอดปิ๊นสลักลูกสูบ
ข้อควรจำ ก่อนที่จะถอดปิ๊นสลักลูกสูบ ควรนำผ้าสะอาดอุดลงในช่องแคร๊งค์
6.ถอดสลักลูกสูบ ลูกสูบ ลูกปืนสลักลูกสูบ
ข้อควรจำ ก่อนถอดสลักลูกสูบควรจะตรวจดูว่าร่องสลักลูกสูบสกปรกหรือทำให้เกิดความลำบากในการถอด ควรใช้เครื่องมือดูดสลักลูกสูบ
คำเตือน อย่าใช้ค้อนทุบตัวสลักลูกสูบออก เพราะอาจทำให้ก้านลูกคดได้












ถอดคลัตช์ เสื้อคลัตช์ตัวนอก และ เฟืองบาล้านเซอร์ YAMAHA VR150
1.ถอดคันสตาร์ท
2.ถอดฝาครอบแคร๊งค์ขวา สลักรองฝาครอบแคร็งค์ ปะเก็น
3.ถอดแผ่นกดคลัตช์ แกนยันคลัตช์
4.ถอดแผ่นคลัตช์ แผ่นเหล็ก ลูกปืนแกนยันคลัตช์ แกนยันคลัตช์
5.ถอดนอตเสื้อคลัตช์ตัวใน แหวนสปริง เสื้อคลัตช์ตัวใน
ข้อควรจำ จับเสื้อคลัตช์ตัวในเพื่อที่จะคลายนอต โดยใช้เครื่องมือพิเศษ
6.ถอดแหวนรอง
7.ถอดเสื้อคลัตช์ แหวนรอง
8.งัดแหวนล๊อคเฟืองบาล้านเซอร์ ถอดนอตเฟืองขับ นอตบาล้านเซอร์ การถอดเฟืองบาล้านเซอร์ ให้จับล้อแม่เหล็ก แล้วให้นอตล็อคเฟืองขับและนอตบาล้านเซอร์โดยใช้เครื่องมือจับล้อแม่เหล็ก
9.ถอดปิ๊น เฟืองขับ สลัก แหวนล๊อค เฟืองบาล้านเซอร์ สลัก
10.ถอดแผ่นกักน้ำมันเครื่อง เฟืองขับบาล้านเซอร์ บู๊ช


ถอดเฟืองวัดรอบ YAMAHA VR150
1.ถอดที่ล๊อคสายวัดรอบ เฟือง สายวัดรอบ เฟืองสายวัดรอบ


ถอดแกนสตาร์ทและเฟืองสตาร์ท YAMAHA VR150
1.ถอดคลิปล๊อค แหวนรอง เฟืองสตาร์ท แหวนรอง คลิปล็อค
2.ถอดสปริงจากรูล็อค ถอดแกนสตาร์ท


ถอดแกนเกียร์ YAMAHA VR150
1.ถอดแกนเกียร์
2.ถอดลูกเบี้ยวคานกดเกียร์ ปลดสปริง



ถอด ซี ดี ไอ แมกนีโต YAMAHA VR150
1.ถอดนอตจานแม่เหล็ก แหวนรอง
ข้อควรจำ จับล้อแม่เหล็กโดยใช้เครื่องมือจับล้อแม่เหล็ก
2.ถอดล้อแม่เหล็ก ใช้ตัวดูดล้แม่เหล็ก
3.คลายสกรูยึกสายสวิตช์เกียร์ว่าง
4.ถอดจานไฟ


ถอดรีดวาล์ว YAMAHA VR150
1.ถอดยางคาร์บูเรเตอร์ ชุดรีดวาล์ว ปะเก็น




ถอดแคร็งค์กลาง YAMAHA VR150
1.ถอดแผ่นกับซีล
2.ถอดสกรูยึด
ข้อควรจำ
- ต้องคลายสกรูทุกตัวประมาณ 1/4 รอบก่อน แล้วจึงถอดออกจากทั้งหมด
- หมุนเสื้อเกียร์ให้ตำแหน่งปลายแหลมเสื้อเกียร์หลบกับร่องของแคร็งค์ก่อนทำการแยกแคร็งค์
3.คิดคั้งเครื่องมือแยกแคร๊งค์
4.ถอดแคร็งค์ด้านขวา
ข้อควรจำ
- ขันโบลท์ที่เครื่องมือพิเศษทั้ง 2 ตัวให้สุดและให้ได้ระดับเท่ากันทั้ง 2 ตัว แล้วจึงขันเครื่องมือพิเศษเพื่อแยกแคร็งค์
ข้อควรระวัง
- ในขณะที่ทำการแยกแคร็งค์โดยใช้เครื่องมือพิเศษในช่วงที่ขันเครื่องมือแคร็งค์จะแยกด้านหน้ามากกว้าด้านหลัง ให้ใช้ค้อนพลาสติกเคาะด้านหน้าเพื่อให้ด้านหลังกระดกเท่ากับด้านหน้าแล้วขันเครื่องมือแล้วเคาะไปเรื่อยๆ จนแคร็งค์แยกออกจากกันในกรณีที่แยกแคร็งค์ไม่ออกให้ตรวจเช็คสกรูยึดแคร็งค์ว่าถอดออกหมดหรือไม่
5.ถอดแผ่นกั้นลูกปืน





ถอดชุดเกียร์และชุดเปลี่ยนเกียร์ YAMAHA VR150
1.ถอดสัลบก้ามปู ก้ามปูเกียร์ เสื้อเกียร์
ข้อควรจำ ในการถอดควรจำตำแหน่งต่างๆของชิ้นส่วนที่ทำการถอดด้วยว่าอยู่ในลักษณะใด
2.ใช้โอริงสวนที่แกนสเตอร์และใช้จาระบีทาเบาๆ
3.ถอดชุดเกียร์ โดยใช้ค้อนพลาสติดตอดแกนสเตอร์เบาๆ
4.ถอดชุดถ่วงดุลย์


ถอดเพลาข้อเหวี่ยง YAMAHA VR150
1.ติดตั้งเครื่องมือแยกแคร็งค์
2.ถอดเพลาข้อเหวี่ยง

การตรวจสอบและการซ่อมฝาสูบ YAMAHA VR150
1.ขจัดคราบเขม่า ใโดยใช้ใบเลื่อย
ข้อควรจำ ระมัดระวังเกลียวหัวเทียนและห้ามใช้เครื่องมือที่มีความแหลมคม หลีกเลี่ยงการขีดข่วนเนื้ออะลูมิเนียม
2.ตรวจสอบทางเดินน้ำที่ฝาสูบ ขจัดความสนิมออก
3.วัดความโก่งของฝาสูบ ค่าความโก่ง 0.03 มม. ถ้าไม่ถูกต้องให้ขัดหน้าัสัมผัสใหม่ ใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 400-600





เสื้อสูบและลูกสูบ YAMAHA VR150
1.ขจัดเขม่าที่หัวลูกสูบแและร่องแหวน
2.ขจัดครอบสกปรกด้านข้างลูกสูบใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ 600-800
ข้อควรจำ ให้ขัดตามแนวขวาง และห้ามขัดมาเกินไป
3.ตรวจสอบผิวลูกสูบ ถ้าสึกหรอ เป็นรอย ชำรุด ให้เปลี่ยนใหม่
4.ขจัดคราบเขม่าที่เสื้อสูบ พอร์ทไอเสีย
5.ตรวจสอบช่องทางเดินน้ำที่เสื้อสูบขจัดคราบสกปรกและสนิมออก
6.ตรวจสอบผนังเสื้อสูบ ถ้าสึกหรอเป็นรอยให้ขัดหรือคว้านใหม่
7.วัดช่องว่างระหว่างลูกสูบและเสื้อสูบ

ขั้นตอนการวัดช่องว่างระหว่างลูกสูบและเสื้อสูบ YAMAHA VR150
1.วัดค่าความโตของเสื้อสูบด้วยซิลินเดอร์ เกจ
ข้อควรจำ ให้วัดในด้านขนาดและด้านตรงกันข้ามและหาค่าเฉลี่ยนในการวัด
ค่ามาตราฐานค่าสึกหรอความโตของเสื้อสูบ 59.00-59.02 มม. 59.10 มม.
ค่าความเรียว 0.05 มม.
ค่าความเบี่ยง 0.01 มม.
ค่าเฉลี่ย D
T = ค่าความโต D1 หรือ D2/D5 หรือ D6
R = ค่าความโต D1 D3 หรือ D5/D2 D4 หรือ D6
ถ้าไม่ถูกต้องตามข้อมูล คว้านหรือเปลี่ยนเสื้อสูบและเปลี่ยนลูกสูบและแหวนลูกสูบใหม่

2.วัดขนาดลูกสูบด้วยไมโครมิเตอร์ วัดห่างจากตีนลูกสูบขึ้นมา 10 มม.
ขนาดของลูกสูบ
มาตราฐาน 58.95-58.97 มม.
โอเวอร์ไซด์ 1 95.25 มม
โอเวอร์ไซด์ 2 59.50 มม.
ถ้าไม่ถูกต้องตามข้อมูบให้เปลี่ยนลูกสูบและแหวนสูบ

3.คำนวนหาช่องว่างระหว่างลูกสูบและเสื้อสูบตามสูตร ช่องว่างระหว่างลูกสูบกับเสื้อสูบ = ค่าความโตของเสื้อสูบ ค่าความโตของลูกสูบ ช่องว่างระหว่างลูกสูบกับเสื้อสูบ 0.045-0.050 มม. ขีดจำกัด 0.1 มม.


แหวนลูกสูบ YAMAHA VR150
1.วัดช่องว่างร่องแหวน โดยใช้ฟิลเลอร์เกจ ถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนลูกสูบหรือแหวน ช่องว่างร่องแหวน 0.020-0.060 มม.
2.วัดช่องว่างปลายแหวน ถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนแหวนใหม่ ช่องว่างปลายแหวน 0.30-0.45 มม.


สลักลูกสูบและลูกปืน YAMAHA VR150
1.ชโลมหล่อลื่นที่สลักลูกสูบ แล้วประกอบเข้ากับก้านสูบพร้อมลูกปืน
2.ตรวจเช็คระยะฟรี ถ้าเกิดระยะฟรีให้ตรวจความสึกหรอของสัลกลูกสูบและก้านสูบ ถ้าชำรุดให้เปลี่ยนใหม่
3.ประกอบสลักลูกสูบในรูลูกสูบ
4.ตรวจเช็คระยะฟรี ถ้ามีระยะฟรีให้เปลี่ยนสลักลูกสูบหรือลูกสูบ
5.ตรวจดูรอยไหม้ของสัลกลูกสูบและลูกปืน ถ้ามีรอยไหม้ให้เปลี่ยน








คลัตช์ YAMAHA VR150
1.ตรวจสอบแผ่นคลัตช์ ถ้าชำรุดหรือสึกหรอให้เปลี่ยนใหม่
2.วัดความหนาของแผ่นคลัตช์ วัด 4 จุด ถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนใหม่ ค่าความสึก 2.7 มม.
3.ตรวจสอบแผ่นคลัตช์ ถ้าชำรุดให้เปลี่ยนใหม่
4.วัดความโก่งของแผ่นคลัตช์ถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนใหม่ ค่าความโก่่ง 0.05 มม.
5.วัดความยาวสปริงไม่ถูกต้องให้เปลี่ยน ความยาวน้อยสุด 32.00 มม.
6.ตรวจสอบร่องคลัตช์ มีรอย สึกหรอหรือชำรุด ให้ตกแต่งหรือเปลี่ยน และลูกปืนเรือนคลัตช์ ถ้าเป็นร่องบิ่น สึกหรอหรือชำรุด ให้เปลี่ยน
ข้อควรจำ ถ้างร่องที่เรือนคลัตช์เป็นร่องฟันจะเป็นเหตุให้การทำงานของคลุตช์ผิดพลาด
7.ตรวจสอบร่องเสื้อคลัตช์ตัวใน เป็นรอย สึกหรอหรือชำรุดให้เปลี่ยนใหม่
8.ตรวจเช็คระยะฟรีของเสื้อคลัตช์ตัวนอกถ้ามีระยะฟรีให้เปลี่ยน
9.ตรวจสอบขาดันแกนกระทุ้ง แกนยันคลัตช์ ถ้าสึกหรอหรือชำรุดให้เปลี่ยนใหม่


เฟืองขับ YAMAHA VR150
ตรวจสอบเฟือนขับ ฟันเฟือนคลัตช์ ถ้าสึกหรอ ชำรุด ให้เปลี่ยน ถ้าเกิดเสียงขณะทำงานให้เปลี่ยน







เกียร์และกลไกเปลี่ยนเกียร์ YAMAHA VR150
1.ตรวจสอบเดือยก้ามปู ปลายก้ามปูเกียร์ ถ้าเป็นรอย คดงอ หรือชำรุด ให้เปลี่ยน
2.ตรวจสอบรองเสื้อเกียร์ หลักเกี่ยวก้ามปูเกียร์ ถ้าสึกหรอชำรุดให้เปลี่ยน
3.ตรวจสอบเช็คความคล่องตัวของก้ามปูเกียร์ ถ้าฝืดทำงานไม่คล่องให้เปลี่ยนก้ามปูหรือสลักก้ามปู
4.ตรวจสอบสลักก้ามปู ถ้าคดงอให้เปลี่ยน อย่าพยายามใช้วิธีดัด
5.วัดความคล่องตัวของเพลาเกียร์และแกนสเตอร์หน้า ใช้แท่นจับศูนย์กับไดอัลเกจถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยน
6.ตรวงสอบฟันเฟืองเกียร์แต่ละจุดถ้าร้าวสึกหรอ หรือชำรุดให้เปลี่ยน




เพลาข้อเหวี่ยง YAMAHA VR150
1.วัดความคดโดยใช้ไดอัลเกจ และแท่นจับศูนย์ ถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนหรือซ่อม ค่าความคด 0.03 มม.
2.วัดระยะคลอนปลายก้านสูบโดยใช้ไดอัลเกจถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุด ระยะคลอนปลายก้านสูบ 1.95-3.84 มม.
3.วัดระบะคลอนก้านสูบด้วยฟิลเลอร์เกจ ถ้าไม่ถูกต้องให้เปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุด ระยะคลอนก้ามสูบ 0.27-0.53 มม. ไม่เกิน 1.0มม.
4.ตรวจสอบ ลูกปืนเพลาข้อเหวี่ยง ถ้าหลวมคลอน หรือชำรุดให้เปลี่ยน
ข้อควรจำ ให้ชโลมน้ำมันหล่อลื่นลูกปืนทันที หลังจากการตรวจสอบเพื่อป้องกันสนิท
5.ตรวจสอบแผ่นกันซีล ถ้าคดงอ ชำรุดให้เปลี่ยน ซีล ถ้าสึกหรอ ชำรุด ให้เปลี่ยน



ลูกปืนและซีล YAMAHA VR150
1.ตรวจสอบลูกปืนและซีลถ้าหลวมคลอนชำรุด สึกหรอ ให้เปลี่ยน

แคร็งค์ YAMAHA VR150
1.ทำความสะอาดด้วยน้ำมัน
2.ขจัดคราบปะเก็นที่หน้าสัมผัสแคร็งค์
3.ตรวจสอบแคร็งค์ ถ้ามีรอยร้าวหรือชำรุดให้เปลี่ยน ทางส่งน้ำมัน ถ้าอุดตันให้เป่าด้วยลม